วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560

บทที่ ๑๓- ๑๖

บทที่   ๑๓- ๑๖
•   พระอานนท์ส่งข่าวสารการเสด็จดับขันธปรินิพพานแก่เจ้ามัลลกษัตริย์
•   สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ  เรียกว่า  มกุฏพันธนเจดีย์
•   พระสุภัททะกล่าวจาบจ้วงพระธรรมวินัย  หลังจากทราบข่าวการปรินิพพาน
•   วันถวายพระเพลิง  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันอัฏฐมีบูชา
•   พระพุทธเจ้าปรินิพพานได้  ๘ วันถึงถวายพระเพลิง
•   การจัดพุทธสรีระ  จัดตามแบบพระเจ้าจักรพรรดิ
•   สิ่งที่พระพุทธองค์อธิษฐานมิให้เพลิงไหม้ มี ๔ ประการ
๑. ผ้าห่อพระบรมศพชั้นใน ๑ ผืน  ชั้นนอก ๑ ผืน   
๒.พระเขี้ยวแก้ว 
๓. พระรากขวัญทั้ง ๒ (ไหปลาร้า)                    
๔.พระอุณหิส ( กรอบหน้า)
•   โทณพราหมณ์เป็นผู้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
•   พระบรมสารีริกธาตุได้รับการแบ่ง แก่ ๘ ส่วน ๆ ละ ๒ ทะนาน   ให้แก่ ๘  เมือง คือ
๑. เมืองราชคฤห์           ๒. เมืองไพสาลี            
๓. เมืองกบิลพัสดุ์          ๔. เมืองอัลลกัปปะ
๕. เมืองรามคาม           ๖. เมืองเวฏฐทีปกะ       
๗. เมืองปาวา              ๘.  เมืองกุสินารา
•   กษัตริย์เมืองรามคามได้พระอังคารธาตุ
•   พระเขี้ยวแก้วบนขวาประดิษฐานที่จุฬามณีเจดีย์
•   พระเขี้ยวแก้วบนซ้ายประดิษฐานที่แคว้นคันธาระ
•   ประเภทแห่งสัมมาสัมพุทธเจดีย์ มี ๔ ประเภท
๑.  ธาตุเจดีย์ หมายถึง พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
๒.  บริโภคเจดีย์  หมายถึง  สิ่งของหรือสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สอย เช่นบาตร จีวร กุฏิ วิหารเป็นต้น
๓.   ธรรมเจดีย์ หมายถึง  สิ่งที่ใช้จารึกคำสอนของพระพุทธเจ้า เช่น คัมภีร์  พระไตรปิฏก เป็นต้น
๔.   อุทเทสิกเจดีย์ หมายถึง  สิ่งที่สร้างขึ้นเป็นรูปเหมือนของพระพุทธเจ้าโดยตรง เช่น พระพุทธรูปเป็นต้น
•  สังคายนา  หมายถึง  การร้อยกรองพระธรรมวินัย  หรือการประชุมตรวจสอบ  ชำระสอบทานและจัดหมวดหมู่คำสอนของพระพุทธเจ้า  วางลงเป็นแบบแผนอันหนึ่งอันเดียวกัน

สังคายนา
สังคายนา หรือสังคีติ หรือการร้อยกรอง หรือจัดแจงพระธรรมวินัยให้เป็นหมวดหมู่ว่านี่เป็นธรรม นี่เป็นวินัย จัดเป็น ๓ หมวด เรียกว่า พระไตรปิฎก คือ
๑. ที่เป็นกฎระเบียบ ข้อบังคับ จัดเป็น วินัยปิฎก
๒. ที่เป็นพระธรรมคำสอน อันเป็นบุคลาธิษฐาน ยกบุคคลเป็นอุทาหรณ์ จัดเป็นสุตตันตปิฎก
๓. ที่เป็นธรรมล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับบุคคลเป็นธรรมที่สุขุมลึกซึ่ง จัดเป็น อภิธรรมปิฎก
การทำสังคายนานั้น ที่พอจะนับได้มี ๕ ครั้ง    ทำในชมพูทวีป ๓ ครั้ง ในลังกาทวีป ๒ ครั้ง คือ  
๑. ปฐมสังคายนา ครั้งที่ ๑ กระทำที่หน้าถ้ำสัตตบรรณคูหา เชิงภูเขาเวภารบรรพต กรุงราชคฤห์ พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์อุปถัมภก ภายหลังพุทธปรินิพพาน ๓ เดือน พระมหากัสสปะ เป็นประธาน พระอุบาลีเถระ วิสัชนาพระวินัย พระอานนท์ วิสัชนาพระสูตร และพระอภิธรรม รวมกับพระอรหันตขีณาสพจำนวน ๕๐๐ องค์ ปรารภเรื่องพระสุภัททะกล่าวจ้วงจาบศาสนา กระทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ
๒. ทุติยสังคายนา  ครั้งที่ ๒ กระทำที่วาลิการาม เมื่องเวสาลี พระเจ้ากาฬาโศกราชเป็นองค์อุปถัมภก เมื่อ พ.ศ. ๑๐๐ โดยพระอรหันต์จำนวน ๗๐๐ องค์ มีพระยสกากัณฑกบุตรเถระเป็นประธานและมีพระสัพพกามีเถระ และพระเรวัตตเถระ เป็นต้น ชำระเรื่องวัตถุ ๑๐ ประการ ที่พวกภิกษุชาววัชชีบุตร ชาวเมืองเวสาลีนำมาแสดงว่าไม่ผิดธรรมวินัย กระทำอยู่  ๘ เดือน จึงสำเร็จ
๓. ตติยสังคายนา ครั้งที่ ๓ กระทำที่อโศการาม เมื่องปาฏลีบุตร พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นองค์อุปถัมภก เมื่อ พ.ศ. ๒๑๘ โดยพระอรหันต์ จำนวน ๑,๐๐๐ องค์ มีพระโมคคัลลีบุตรติสส เถระเป็นประธาน เนื่องด้วยเดียรถีย์ปลอมบวชในพุทธศาสนา กระทำอยู่ ๙ เดือน จึงสำเร็จ
๔. จตุตถสังคายนา ครั้งที่ ๔  กระทำที่ถูปาราม เมืองอนุราชบุรี ลังกาทวีป พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ เป็นองค์อุปถัมภก เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖ โดยพระมหินทเถระ และพระอริฏฐเถระ เป็นประธานชักชวนภิกษุชาวสีหล ๖๘,๐๐๐ องค์ เพื่อประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงในสังกาทวีป กระทำอยู่ ๑๐ เดือน จึงสำเร็จ

          ๕. ปัญจมสังคายนา ครั้งที่ ๕ กระทำที่อาโลกเลณสถาน ในมลัยชนบท ลังกาทวีป พระเจ้าวัฏฏคามินีอภัย เป็นองค์อุปถัมภก เมื่อ พ.ศ. ๔๕๐ โดยภิกษุชาวสีหลผู้พระอรหันต์ จำนวน  ๑,๐๐๐ องค์ พระติสสมหาเถระ และพระพุทธทัตตเถระเป็นต้น เห็นความเสื่อมถอยปัญญาแห่งกุลบุตรจึงได้ประชุมกันมาจารึกพระธรรมวินัย เป็นอักษรลงไว้ในใบลาน ทำอยู่ ๑ ปี จึงสำเร็จ ฯ

บทที่ ๑๑-๑๒

บทที่   ๑๑-๑๒
•    อนาถบิณฑิกเศรษฐี   มีชื่อเดิมว่า   สุทัตตะ   เป็นชาวเมือง  สาวัตถี  
•   อนาถบิณฑิกเศรษฐีถวาย   วัด เชตวัน
•   อนาถบิณฑิกเศรษฐี  ซื้อที่ดิน   จาก เจ้าเชตราชกุมาร  สร้างวัด
•   พระพุทธองค์ทรงจำพรรษาที่  ๔๕  ณ    เวฬุวคาม   เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี     
•   คำว่า “ ปลงอายุสังขาร”  หมายถึงการ     ตั้งใจที่จะตาย   ณ  ปาวาลเจดีย์  
•   วันที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขารตรงกับวัน    วันเพ็ญ  เดือน  ๓  
•   ผู้ที่ทูลเชิญพระพุทธองค์ให้เสด็จเข้าสู่ปรินิพพานคือ    พญามารวสวัตตี  
•   คำว่า “นิมิตโอภาส”  หมายถึง    ตรัสความทางอ้อมแก่พระอานนท์
•   พระพุทธเจ้าทรงทำนิมิตโอภาส  ๑๖ ครั้ง ดังนี้   ที่กรุงราชคฤห์  ๑๐  ครั้ง  ที่เมืองไพสาลี ๖ ครั้ง   
•   ตามพุทธประวัติ  เหตุให้เกิดแผ่นดินไหว    มี  ๘  อย่าง
๑. ลมกำเริบ    
๒. ท่านผู้มีฤทธิ์บันดาล  
๓. พระโพธิสัตว์จุติจากดุสิตสู่พระครรภ์  
๔. พระโพธิสัตว์ประสุติจากครรภ์มารดา
๕. พระตถาคตเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ     
๖.พระตถาคตเจ้าแสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตร
๗.  พระตถาคตเจ้าปลงอายุสังขาร           ๘. พระตถาคตเจ้าเสด็จปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน
•   ทรงรับผ้าสิงคิวรรณ ๑ คู่   จากปุกกุสะ  ราชบุตรแห่งมัลลกษัตริย์  
•   พระฉวีวรรณผ่องใสใน  ๒  เวลา 
๑.  ในเวลาจะตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญา   ๒.ในราตรีที่จะปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน
•   บิณฑบาตทาน  ๒  คราวมีผลเสมอกัน(อานิสงส์มาก)
๑.  บิณฑบาตที่นางสุชาดาถวายในวันตรัสรู้   ๒. บิณฑบาตรที่นายจุนทะถวายในวันปรินิพพาน
•   “อนุฏฐานไสยา”  คือการนอนที่ไม่ลุกขึ้นอีกเลย
•   การบูชามี  ๒  อย่าง
๑.  อามิสบูชา  คือ การบูชาวัตถุสิ่งของ    
๒.  ปฏิบัติบูชา  คือ การบูชาด้วยการปฏิบัติตาม   ทรงสรรเสริญปฏิบัติบุชา
•   ถูปารหบุคคลคือบุคคลที่ควรบรรจุใว้ในสถูปเพื่อบูชา มี ๔ จำพวกคือ
๑. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ๒. พระปัจเจกพระพุทธะเจ้า   ๓. พระอรหันตสาวก          ๔. พระเจ้าจักรพรรดิ
•   สังเวชนียสถาน  คือสถานที่ควรระลึกถึง มี ๔ อย่าง คือ  
๑. สถานที่ประสูติ (ลุมพินีวัน)    
๒. สถานที่ตรัสรู้ ( ต้นพระศรีมหาโพธิ์) 
๓.  สถานที่แสดงธรรมจักกัปปวัตนสูตร (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน) 
๔.  สถานที่ปรินิพพาน คือ  สาลวโนทยาน
•   สาวกองค์สุดท้าย  มีชื่อว่า สุภัททปริพาชก  
•   ก่อนเสด็จปรินิพพานพระพุทธเจ้าตั้งพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทน
•   ปัจฉิมโอวาท  พระพุทธเจ้าทรงแสดงเกี่ยวกับความไม่ประมาท
•   ในเวลาจวนจะปรินิพพานของพระศาสดา  มีพระอานนท์และพระอนุรุทธะ อยู่ในที่นั้น
•   พระบรมศาสดาปรินิพพานที่ สาลวโนทยาน ใต้ต้นสาละคู่  เมืองกุสินารา วันอังคาร  ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง

•   ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ     ที่มกุฏพันธนเจดีย์  ทางทิศตะวันออกแห่งกรุงกุสินารา

บทที่ ๑๐- ๑๑ เสด็จโปรดพุทธบิดา

บทที่ ๑๐- ๑๑  เสด็จโปรดพุทธบิดา
•   พระเจ้าสุทโธทนะส่งอำมาตย์ไปทูตเชิญพระพุทธองค์  ๑๐ คณะด้วยกัน 
•   กาฬุทายีอำมาตย์  เป็นคณะสุดท้ายและทูตเชิญพระพุทธองค์หลังจากตนบรรลุธรรม  และบวชแล้ว ๘ วัน
•   ระยะทางจากราชคฤห์สู่กรุงกบิลพัสดุ์ ๖๐ โยชน์  (๙๖๐ กิโลเมตร)
•   เดินทางวันละโยชน์ (๑๖ กิโลเมตร)  เป็นเวลา  ๖๐  วันพอดี
•   ชาวกบิลพัสดุ์สร้างนิโครธาราม ถวาย
•   ทรงแสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง  มหาเวสสันดรชาดกแก่ประยูรญาติ
•   พระเจ้าสุทโธทนะทรงบรรลุโสดาบันด้วยคาถาเครื่องเตือนใจสมณะว่า  “ไม่ควรประมาทในก้อนข้าวอันจะพึงลุกขึ้นยืนรับ  ควรประพฤติธรรมให้สุจริตผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกอื่น”
•   ทรงแสดงธรรมโปรดพระนางมหาปชาบดี  และเจ้าสุทโธทนะ  เมื่อจบพระธรรมเทศนา  พระนางตั้งอยู่ในโสดาบันส่วนพระพุทธบิดา ได้บรรลุสกทาคสมิผล  ในวันที่สอง
•   ในวันที่สามพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมมหาธรรมปาลชาดก  โปรดพระบิดาให้ดำรงอยู่ในพระอนาคามิผล
•   พระนางพิมพาเทวีบรรลุโสดาบันด้วยธรรมเทศนาชื่อว่าจันทกินนรีชาดก
•   พระสารีบุตรทรงบรรพชาราหุลสามเณรที่นิโครธาราม
•   พระราหุลเป็นสามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา  ด้วยไตรสรณคมน์
•   พระเจ้าสุทโธทนะทูลขอประทานพระพุทธานุญาตว่า “ แต่นี้ต่อไป  กุลบุตรผู้ใดประสงค์จะบรรพชา  หากมารดาบิดายังไม่ยอมพร้อมใจอนุญาตให้บวชแล้วก็ของดไว้  อย่าได้รีบให้บรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรเป็นอันขาด”
•   บรรลุพระอรหันต์ด้วยพระธรรมเทศนาชื่อว่า ราหุโลวาทสูตร” หลังจากอุปสมบทแล้ว

•   ท่านได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้ง ในทางใคร่ต่อการศึกษา”